|
| |
|
บรรพบุรุษของชิห์สุ ค่อนข้างจะไม่ค่อยชัดเจนเท่าไหร่นัก แต่ก็อาจเป็นไปได้ว่าชิห์สุ มีต้นกำเนิดจากทิเบต เนื่องจากตามประวัติศาสตร์ของชาวทิเบตถือว่า สิงห์โตเป็นสัตว์ศักดิ์สิทธิ์ตามความเชื่อทางศาสนา พระชาวทิเบต (Lama) จึงได้ผสมสุนัขพันธุ์เล็กขึ้นมา ให้มีลักษณะคล้ายคลึงกับสิงห์โต (Lion Dog) ชิห์สุ (ซึ่งแปลว่าสิงโต) จึงได้ชื่อว่าเป็นสุนัขที่เก่าแก่และตัวเล็กที่สุดในบรรดาสุนัขศักดิ์สิทธิ์ (Holy Dog) และมีลักษณะบางอย่างคล้ายกับสุนัขพันธุ์อื่นๆ ของชาวทิเบต
ตามประวัติศาสตร์อันยาวนานและรุ่งโรจน์ในประเทศจีนนั้น พระนางชุสีไทเฮาพยายามรักษาสายพันธุ์ชิห์สุไว้ ซึ่งคอกสุนัขปั๊ก, ปักกิ่งและชิห์สุ ของพรนางฯ เป็นที่รู้จักและมีชื่อเสียงทั่วโลก พระนางทรงดูแลเอาใจใส่สุนัขในคอกเป็นอย่างดีในตลอดช่วงเวลาที่พระนางมีชีวิตอยู่ ถึงกระนั้น ชิห์สุก็ถูกลักลอบนำออกไปโดยขันทีในราชสำนัก ขันทีได้แอบผสมพันธุ์ข้ามสายพันธุ์เพื่อต้องการลดขนาดของสุนัขให้เล็กลง หลังจากพระนางชูสีไทเฮาสิ้นพระชมน์ในปี ค.ศ.1908 สุนัขก็ค่อยๆ กระจัดกระจายหายไป การผสมพันธุ์ก็เป็นไปแบบตามอำเภอใจ แต่ก็ยังมีผู้ที่ยังคงผสมพันธุ์เพื่อรักษาสายพันธุ์ไว้อยู่ และหลังจากที่มีการปฏิวัติคอมมิวนิสต์ สุนัขในพระราชวังก็สูญพันธุ์ไปเนื่องจากมีการทำลายล้างพระราชวัง

ชิห์สุ (Shih Tzu)
สุนัขในกลุ่ม Toy Group
|
| ศรีษะ |
ต้องกลมโต |
| กะโหลก |
กว้างอย่างสมดุล สีกลางหน้าผากจะต้องขาวเด่น |
| หน้า |
สั้น หน้าผากถึงจมูก ต้นไม่ยาวเกิน 1 นิ้ว |
| ตา |
ตาทั้งสองข้างอยู่ห่างจากกัน สมดุลกัน ดวงตากลมโตสีดำไม่โปน นัยน์ตาแสดงความเป็นมิตรไม่ดุร้าย |
| จมูก |
กว้าง สีดำ ดั้งจมูกมีมุมหักชัดเจน |
| ปาก |
มีขนาดสั้น ปากไม่แหลม ไม่มีรอยย่นของผิวหนังรอบปาก |
| ฟัน |
ต้องขบสนิท เรียบ ฟันล่างขบฟันบนเล็กน้อย ขบแบบเสมอ หรือ UNDERSHOT เล็กน้อย อย่าให้ฟันบนเกยฟันล่างเด็ดขาด |
| คาง |
ไม่ยื่น |
| ใบหู |
ปลายหูจะมีสีดำ ไม่ว่าหูจะสีอะไรปลายหูจะต้องดำ ต้องยาวกว้างและห้อยลง โคนหูจะอยู่ต่ำกว่าศีรษะส่วนบนเล็กน้อย ขนที่หูหนามากจนดูกลมกลืนไปกับขนที่ต้นหู |
| คอ |
ตั้งตรงยาว ได้สัดส่วนกับลำตัว เชิด ดูสง่างาม |
| ขน |
มีขนสองชั้น ขนชั้นในดก หนา ขนชั้นนอกยาวและแน่น ไม่หยิกเป็นลอน ขนบนศีรษะนิยมมัดเป็นจุก |
| สีขน |
เป็นสีผสมกันของสีดำ น้ำตาล ขาว มีสีขาวเป็นสีพื้น สีใช้ได้ทุกสี สีจะต้องไม่แซมกัน สีต้องเป็นกลุ่มชัดเจน ท้ายทอยขาว |
| ลำตัว |
ต้องมีความยาวของลำตัวมากกว่าความสูงเล็กน้อย ลำตัวบึกบึน กระชับ |
| อก |
กว้างและลึก ไหล่ดูมั่นคงแข็งแรง แผ่นหลังตรงได้สัดส่วน |
| ขาหน้า |
ขาตรง สั้น กระดูกขาใหญ่ มีกล้ามเนื้อแน่น ขนดกหนา เท้าใหญ่และแข็งแรง ตั้งห่างกันในระยะที่เหมาะสม ข้อศอกใต้อกชิดติดลำตัว มีขนาดสั้น
|
| ขาหลัง |
ขาสั้น ขาหลังมีกระดูกใหญ่ เมื่อดูจากด้านหลังจะมีลักษณะตรง มีกล้ามเนื้อ โคนขาอวบกลม ขนขาดกหนา |
| ท่าเดิน |
นิ่มนวล สวยงาม ควรเดินเป็นเส้นตรงในระดับความเร็วที่เหมาะสม ขาหน้าควรก้าวตรงไปข้างหน้า ไม่แกว่งเข้าหรือแกว่งออก และขาหลังดีดสูงขึ้นในระดับที่เท่ากัน ในขณะที่เส้นหลังก็ต้องตรง คอตั้งเชิดและหางพาดกลับมาที่หลัง |
| เท้า |
ขนาดกำลังพอดี มั่นคง ใต้นิ้วเท้าหนา นิ้วติ่งที่อยู่ด้านหลัง มักนิยมตัดออก ส่วนนิ้วติ่งขาหน้าจะตัดออกหรือไม่ก็ได้ |
| หาง |
มีขนขึ้นเป็นพวงสวยงาม หางต้องม้วนพาดกลางหลัง ตั้งตรงและแกว่งไกว ไม่ห้อยลง โคนหางค่อนข้างสูง มีขนยาว ปลายหางต้องมีสีขาวเท่านั้น ระยะจากต้นคอถึงโคนหาง มองดูค่อนข้างมีความยาวกว่าความสูง ซึ่งต้องวัดจากปลายขาถึงต้นคอ
|
| ขนาด |
เป็นสุนัขที่มีขนาดเล็ก |
| น้ำหนัก |
4.5 - 7.5 กก. (10 - 16 ปอนด์) |
| ส่วนสูง |
25 - 27 ซม. (10 - 11 นิ้ว) |
| อายุเฉลี่ย |
12 - 14 ปี |
| การเดิน - วิ่ง |
มีความสง่างาม ขณะก้าวขาเหยียดตรง คอเชิด เส้นหลังตรง หางพาดอยู่บนหลัง |
| การดูแล |
ต้องการความรักและเอาใจใส่มาก ควรเลี้ยงไว้ในห้องปรับอากาศหรือที่ที่มีอากาศเย็น สุนัขพันธุ์นี้ต้องการการแปรงขนทุกวัน ผู้เลี้ยงต้องมีเวลาในการแปรงขนอย่างน้อยครึ่งชั่วโมง และแปรงขนมากกว่าหนึ่งครั้งต่อวันก็ได้ เพราะถ้าเขาวิ่งออกไปซนนอกบ้าน ขากลับก็จะพกเอาดิน เศษโคลนติดมากับขนด้วย ขนบนหัวควรผู้รวบให้เรียบร้อย เพราะดวงตาโปน อาจบาดเจ็บได้ง่าย ขนที่ก้นและเท้า ต้องตัดให้เรียบร้อยเช่นกันเพื่อความสะอาด |
| ผู้เลี้ยงที่เหมาะสม |
มีบุคลิกกระฉับกระเฉง สามารถให้ความรักกับสุนัขได้ มีเวลาในการดูแลเอาใจใส่ เช่น เล่น แปรงขน ฝึกให้เข้าสังคม เป็นต้น |

ขอขอบคุณที่มา... นิตยสาร YOU PET
เชิญติดตามอ่านบทความอื่นๆ ต่อไป... คลิ๊ก |