ปอมปาดัวร์

การเพาะพันธุ์   “ปอมปาดัวร์”

โดย...กรมประมง


          ปลาปอมปาดัวร์ (Pampadour)  หรือที่เรียกว่า Discus เป็นปลาในตระกูล Cichlid เป็นปลาที่น่าสนใจของนักเพาะเลี้ยงปลาสวยงาม  เนื่องจากมีราคาดีสามารถส่งขายต่างประเทศได้  ตลาดรับซื้อลูกปลามีไม่จำกัด  และประเทศไทยก็ยังมีสภาพดินฟ้าอากาศเหมาะสมในการเพาะพันธุ์  และอาหารของปลาจากธรรมชาติ  เช่น  ลูกน้ำ  หนอนแดง  ไข่กุ้ง  ก็หาได้ง่ายและมีราคาไม่แพงนัก  องค์ประกอบเหล่านี้โดยเฉพาะอย่างยิ่ง  ราคาของลูกปลาเป็นสิ่งกระตุ้นทำให้มีผู้สนใจทดลองเพาะเลี้ยงกันมาก  แต่โดยมากมักไม่ประสบความสำเร็จเท่าที่ควร  เนื่องจากมีปัญหาและอุปสรรคหลายประการ  ประการที่สำคัญคือ  การดูแลเอาใจใส่  มักมีคำกล่าวในหมู่นักเพาะเลี้ยงปลาปอมปาดัวร์เสมอว่า  การเพาะเลี้ยงปลาชนิดนี้ขึ้นอยู่กับดวง  ผู้เพาะเลี้ยงมือใหม่หรือมือสมัครเล่นมักประสบความสำเร็จในระยะแรกๆ  แต่ถ้าขยายกิจการให้ใหญ่มากขึ้นไม่ค่อยประสบความสำเร็จเท่าที่ควร  หรืออาจจะประสบกับการขาดทุน  ถึงกับขายตู้ปลาไปเลย  ทั้งนี้อาจเป็นไปได้ว่าผู้ทดลองเลี้ยงในระยะแรก  ซึ่งมีพ่อแม่ปลาเพียง  2-3  คู่  มักจะดูแลเอาใจใส่  ด้วยตนเองเป็นอย่างดีและทั่วถึง  แต่เมื่อขยายกิจการทำให้การดูแลไม่ทั่วถึงหรือให้ผู้อื่นทำแทนซึ่งขาดความระมัดระวัง  โดยเฉพาะเรื่องความสะอาด  เนื่องจากปลาปอมปาดัวร์  จัดเป็นปลาที่ต้องการความสะอาดมาก  นักเพาะเลี้ยงปลาปอมปาดัวร์  จึงไม่นิยมเลี้ยงปลาชนิดนี้โดยใช้เครื่องกรองน้ำในตู้เหมือนปลาชนิดอื่นๆ แต่จะใช้วิธีการถ่ายน้ำเก่าออกแล้วเติมน้ำใหม่โดยไม่เสียดายค่าน้ำ  เพราะเชื่อว่าจะทำให้ปลาเจริญเติบโตได้รวดเร็วและเพาะพันธุ์ได้ผลผลิตที่คุ้มค่ากับการลงทุน

ปอมปาดัวร์  ปอมปาดัวร์

การคัดเลือกพ่อ-แม่พันธุ์
          การคัดเลือกพ่อ-แม่พันธุ์จัดได้ว่าเป็นสิ่งสำคัญประการแรกในการเพาะพันธุ์ปลาปอมปาดัวร์  ในการคัดเลือกควรคำนึงถึงสิ่งต่างๆ ดังต่อไปนี้
1. ไม่ควรเลือกซื้อปลาจากร้านปลาสวยงามทั่วๆ ไป  เนื่องจากปลาที่ซื้ออาจจะเป็นปลาที่แก่ไม่สามารถเพาะพันธุ์ได้แล้วหรือมีประสิทธิภาพในการเพาะพันธุ์ต่ำ  ซึ่งโดยมากจะเป็นปลาที่ฟาร์มเพาะพันธุ์ปลาปอมปาดัวร์คัดออกแล้วนำมาขายให้แก่ร้านปลาสวยงามทั่วไป  ควรเลือกซื้อจากฟาร์มเพาะพันธุ์ปอมปาดัวร์ที่ไว้ใจได้และได้มีการคัดเลือกสายพันธุ์แล้ว
2.  ปลาที่เป็นพ่อ-แม่พันธุ์ควรเป็นปลาที่ไม่ได้ผ่านการย้อมสีเพราะฮอร์โมนที่ใช้ในการย้อมจะมีผลกับระบบสืบพันธุ์
3.  ไม่ควรซื้อปลาขนาดใหญ่  เพราะไม่สามารถทราบถึงอายุที่แน่นอนและสุขภาพปลาได้  ควรซื้อปลาที่เรียกว่าขนาดเหรียญบาท  ซึ่งมีอายุประมาณ 1-2 เดือน  มาเลี้ยงเพื่อทราบถึงชีววิทยาปลา  แต่ไม่ควรซื้อปลาจากครอกเดียวกัน  หรือเลือกชนิดเพราะจะทำให้ประสิทธิภาพในการพันธุ์ต่ำ
4.  ลูกปลาที่ซื้อควรมีลักษณะกลมตั้งแต่จงอยปากถึงครีบหลังควรโค้งงอ  ไม่ลาดชันเป็นเส้นตรง  กระโดงครีบหลังสูงและไม่หักลู่  สีของลำตัวเป็นสีน้ำตาลอ่อนไม่ควรจะเป็นสีดำ  พยายามสังเกตดูลักษณะของปลาให้มีสุขภาพสมบูรณ์  ว่ายน้ำได้ว่องไว  ไม่ตกใจกลัวคน

วิธีเพาะพันธุ์ปลาปอมปาดัวร์
          เมื่อพ่อ-แม่ปลาเจริญเติบโตพร้อมที่จะผสมพันธุ์และวางไข่  ให้นำโดมสำหรับปลาวางไข่มาใส่ไว้ในตู้เพื่อเป็นการฝึกไม่ให้ปลาวางไข่ที่อื่น  ซึ่งในการเพาะพันธุ์นี้ควรคำนึงถึงสิ่งสำคัญดังต่อไปนี้
1.  ตู้ปลา  ควรวางตู้ปลาชิดและขนานกับผนังห้องไม่ควรวางตู้ขวางออกมา  เพราะจะทำให้ปลาตกใจหรือตื่นคนง่าย  ตู้ที่นิยมทำการเพาะเลี้ยงจะมีขนาด  30 x 20 x 20  นิ้ว  โดยทาสีฟ้าหรือสีเขียวอ่อน  3  ด้าน
2.  แสงสว่าง  ในขณะทำการเพาะไม่ควรให้แสงสว่างมาก ควรให้แสงสว่างแต่พอควร  และในบริเวณที่เพาะไม่ควรมีคนพลุกพล่านนอกจากผู้ทำการเพาะเลี้ยง  ควรระมัดระวังเกี่ยวกับคนเดินผ่านตู้เพาะ
3.  ห้องเพาะพันธุ์ปลา  ควรจะเป็นห้องที่แยกออกจากห้องเลี้ยงปลา  เพราะแสงสว่างและช่วงเวลาการเปลี่ยนน้ำมักไม่ตรงกันจะทำให้เป็นการรบกวนปลา  การวางโดมควรจะวางคนละมุมกับหัวพ่นฟองอากาศเพื่อป้องกันปลาตกใจและวางโดมให้ชิดผนังตู้ด้านหนึ่ง  เพื่อป้องกันมิให้ปลาติดหลังโดมทำให้ปลาตกใจได้

                ในระหว่างการเพาะพันธุ์  ตัวเมียจะเห็นส่วนท้องอูมชัดเจน  ก่อนปลาวางไข่ 3-4 วัน  ปลาจะมีอาการสั่นทั้งตัวผู้และตัวเมีย  ในวันที่ปลาวางไข่จะสามารถสังเกตได้โดยดูอาการทั้งตัวผู้และตัวเมีย  จะไม่ยอมออกห่างจากโดมและช่วยกันแทะเล็มโดมเพื่อทำความสะอาดตลอดเวลา  จากนั้นตัวเมียจะวางไข่บนโดมครั้งละ 15-30 ฟอง  แล้วตัวผู้จะปล่อยน้ำเชื้อลงบนไข่  แม่ปลาจะใช้เวลาในการวางไข่ประมาณ 2 ชั่วโมง  วางไข่  100-300  ฟอง  ไข่มีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 1 มม.  ไข่จะมีสีเทาอมเหลือง  ในบางครั้งไข่อาจจะมีสีเหลืองอมแดง  เนื่องจากปลาปอมปาดัวร์ในประเทศไทยเลี้ยงด้วยไข่กุ้งทำให้มีผลต่อสีของไข่  หลังจากปลาผสมพันธุ์และวางไข่แล้วจึงใส่ยาปฏิชีวนะได้  Tetracyclin  อัตราส่วน 2 เม็ด  ต่อ 1 ตู้  ในระยะนี้ตัวผู้และตัวเมียจะว่ายวนเวียนโบกพัดน้ำไปยังไข่เพื่อเพิ่มปริมาณออกซิเจนและไม่ให้สิ่งสกปรกตกลงบนไข่
จากนั้นนำตะแกรงตาถี่ขนาดช่องตาครึ่งเซนติเมตรมาครอบลงบนโดม  ให้มีระยะห่างระหว่างโดมและตะแกรงประมาณ  2-3  เซนติเมตร  เพื่อป้องกันปลาย้ายไข่  หรือถ้าปลาตกใจอาจจะกินไข่ได้  พร้อมกับนำตะแกรงขนาดช่องตา 1 นิ้ว  กั้นแยกตัวผู้ออกจากตัวเมีย  ซึ่งถ้าปลาวางไข่อีกจะกินไข่ที่วางไว้ก่อนแล้ว  ทั้งยังป้องกันการกัดกันเพราะแย่งกันเลี้ยงลูก  การแยกกันนี้จะต้องแยกให้ตัวเมียอยู่ใกล้กับไข่  เพราะจะทำให้ทั้งตัวผู้และตัวเมียสามารถมองเห็นไข่ที่วางติดโดมไว้ได้  เพื่อจะได้ไม่กินลูกปลา

วิธีอนุบาลลูกปลาปอมปาดัวร์
          หลังจากแม่ปลาวางไข่ 3 วัน  ลูกปลาจะฟักเป็นตัวแต่จะยังอยู่ในบริเวณเปลือกไข่  จะเห็นส่วนหางเต้นไปมา  ส่วนหัวจะเป็นจุดสีดำในระยะนี้  ลูกปลาจะไม่กินอาหารเพราะมีถุงไข่อยู่บริเวณท้อง  หลังจากนั้นอีก 3 วัน  คือวันที่ 6 หลังจากปลาวางไข่  ลูกปลาจะเริ่มว่ายน้ำมาเกาะเพื่อกินเมือกบริเวณลำตัวพ่อแม่ปลา  สีของลำตัวพ่อแม่ปลาจะเริ่มเปลี่ยนเป็นสีเข้มขึ้นจนเกือบดำ  พ่อแม่ปลาจะพยายามอมลูกปลาแล้วพ่นไปที่โดม  ระยะนี้เป็นระยะที่สำคัญมาก  ถ้าพ่อแม่ปลาตกใจจะกินลูกปลาเข้าไปเลย  และควรระมัดระวังการให้อาหารพ่อแม่ปลา  อย่าให้อาหารมากเพราะจะทำให้น้ำเสีย  เนื่องจากจะไม่มีการเปลี่ยนน้ำในระยะนี้  ในวันที่ 7 มีการถ่ายน้ำพร้อมทั้งดูดสิ่งสกปรก ตะกอนออก   ควรระมัดระวังลูกปลาจะติดไปด้วย  เวลาดูดตะกอนให้เหลือน้ำอยู่ประมาณครึ่งตู้เท่านั้น  ในวันที่ 8 ก้อค่อยๆ ดูดตะกอนและเริ่มเติมน้ำ  โดยใช้สายยางเล็กๆ เหมือนกับการให้น้ำเกลือเพื่อให้มีการเปลี่ยนแปลงน้อยที่สุด  โดยถ้าถ่ายน้ำออกตอนเช้าจะต้องเติมน้ำโดยใช้เวลา  8-10 ซม.  จึงจะได้ระดับครึ่งตู้เท่ากับเมื่อวันที่ 7  และเปลี่ยนน้ำเช่นนี้ทุกวัน  ในวันที่  13  ลูกปลาเริ่มว่ายน้ำไปมาอย่างอิสระบ้าง  แต่ยังกินเมือกของพ่อแม่ปลาเป็นอาหารอยู่  สามารถให้อาหารเสริมได้  คือ  อาร์ทีเมียที่เพาะใหม่ๆ  หรือลูกไรแดง  การแยกลูกไรแดงออกจากไรแดงตัวโตสามารถทำได้โดยใช้กระชอนตาถี่ๆ ที่ลูกไรสามารถลอดออกมาได้  ไปช้อนไรแดงแล้วแกว่งในกะละมังที่มีน้ำอยู่  ลูกไรแดงจะหลุดออกมาอยู่ในกะละมัง  แต่ไรแดงตัวโตจะไม่สามารถลอดออกมาได้  จากนั้นจึงใช้กระชอนตาถี่ที่เล็กกว่าขนาดของลูกไรแดงไปช้อนมาอีกที  ก็จะได้แต่เฉพาะลูกไรแดงขึ้นมา  การให้ลูกไรแดงควรระมัดระวังไรชนิดหนึ่ง(ไรหิน)  ซึ่งมีลักษณะคล้ายไรแดงแต่มีเปลือกแข็ง  คล้ายแมลงเปลือกแข็ง  ถ้าลูกปลากินเข้าไปอาจตายได้  ในวันที่ 17 สามารถแยกแม่ปลาออกจากลูกปลาได้ในระยะนี้  และระยะนี้ซึ่งเรียกว่าระยะแกะออกจากแม่หรือขนาดเม็ดแตงโมสามาถนำลูกปลาไปขายได้ในราคาตัวละ 7-8 บาท  หรือจะเลี้ยงต่อไปจนอายุ 1 เดือน  จนถึงขนาดเหรียญบาทซึ่งมีราคาตัวละ 20-30 บาท  ทั้งนี้แล้วแต่ความต้องการของตลาด  ในระยะนี้ควรหัดให้ลูกปลากินไข่กุ้งเพื่อเป็นการเร่งสี  ซึ่งจะทำให้ปลามีสีแดงขึ้นและขายได้ง่ายขึ้น  พ่อแม่ปลาที่แยกออกจากลูกปลาในระยะที่ลูกปลามีอายุ 17 วันนั้นจะผสมพันธุ์วางไข่ได้อีก  โดยใช้เวลาพักตัวประมาณ 1 อาทิตย์ในระยะพักตัวนี้  ควรให้อาหารเสริมจำพวกวิตามิน E, K  หรือวิตามินรวม  เนื่องจากในระยะเลี้ยงลูกปลา  เราต้องในยาปฏิชีวนะตลอดเวลาเพื่อป้องกันโรคทำให้ปลาขาดวิตามิน E, K ซึ่งอาจทำให้ปลาตัวผู้มีโอกาสเป็นหมันและตัวเมียเป็นหมันชั่วคราวได้  โดยใส่วิตามิน E, K หรือวิตามินรวมลงไปในอาหารและแช่ทิ้งไว้ก่อนให้ประมาณ 20 นาที
           ในบางครั้งเมื่อเพาะปลาจะประสบกับปัญหาไข่เสียไม่ฟักเป็นตัว  ซึ่งมีสาเหตุอาจเนื่องมาจากตัวผู้มีน้ำเชื้อไม่ดี  เพราะเพาะพันธุ์ถี่เกินไปหรือเพราะน้ำมีคลอรีน  ผู้เพาะเลี้ยงปลาบางรายจึงมีปลาตัวผู้หลายตัวไว้สับเปลี่ยนกัน  แต่ถ้าสับเปลี่ยนตัวผู้แล้วไข่ยังเสียติดต่อกัน 4-5 ครั้ง  หรือเมื่อวางไข่แล้วไข่หลุดออกจากโดม  ก็ควรพักพ่อแม่ปลาอย่างน้อย  1 เดือน

 

ปอมปาดัวร์

    ขอขอบคุณที่มา...นิตยสาร   FANCY FISH THAILAND