| |
เรื่องราวของปลาทอง

ชื่อทางวิทยาศาสตร์ Carassius auratus
ชื่อสามัญ Goldfish
ปลาทองเป็นที่รู้จักกันดีในประเทศจีน ซึ่งเป็นแหล่งกำเนิดดั่งเดิมของปลาทอง เชื่อกันว่าการเพาะพันธุ์ปลาทองมีมานานแล้วกว่า 1000 ปี โดยมีหลักฐานที่แสดงให้เห็นคือ รูปวาดปลาทองมีเกล็ดสีแดงที่ลำตัวจำนวนมากกำลังว่ายน้ำอยู่ในบ่อ อายุของรูปภาพประมาณ 2000 กว่าปีมาแล้ว
แต่ก่อนชาวจีนนิยมเลี้ยงปลาไน หรือปลาหลีฮื้อไว้เพื่อเป็นอาหาร แต่เกิดการกลายพันธุ์เปลี่ยนลักษณะรูปร่างออกไปจากเดิม
ปลาทองเป็นปลาที่รู้จักกันดีในชื่อว่า ปลาเงินปลาทอง เป็นปลาสวยงามประเภทแรก ๆ ที่มีคนนิยมเลี้ยงกันมาก ด้วยเพราะการเลี้ยงไม่ยุ่งยากและซื้อหาได้ทั่วไป ปลาทองเป็นปลาที่อยู่ในวงศ์ ไซไพร์นิดี้ (Family Cyprinidae) เป็นปลาที่อยู่ในตระกูลเดียวกับ ปลาไน, ปลาตะเพียน และปลาคาร์พ จัดเป็นปลาวงศ์ใหญ่ที่สุด มีชนิดของปลาอยู่กว่า 2000 ชนิด ปลาทองเกิดจากการผ่าเหล่าจากปลาไน และนั้นก็คือความจริงที่ไม่อาจปฏิเสธได้ ครั้งก่อนชาวจีนจำแนกปลาทองออกเป็น 2 ประเภท คือ ปลาทองที่อาศัยอยู่ตามธรรมชาติ เรียกว่า ไชยู (Chi yu) และปลาทองที่เลี้ยงไว้ตามบ้าน เรียกว่า ชินไชยู (Chin chi yu) ปลาทองที่อาศัยอยู่ตามธรรมชาตินั้น มีสีเทาไม่สวยงามเหมือนปลาทองที่เลี้ยงไว้ตามบ้านที่มีสีสันสวยงามกว่า ชาวจีนเป็นชนชาติแรกที่รู้จักปลาทองและเป็นชาติแรกที่เริ่มเพาะพันธุ์ปลาทอง ในยุกแรกๆ นิยมเลี้ยงปลาทองกันในหมู่ขุนนางและข้าราชสำนักเท่านั้น แต่ต่อมาประเทศญี่ปุ่นได้นำไปพัฒนาสายพันธุ์ปลาทองให้มีสีสันและลวดลายสวยงาม และเพียงเวลาไม่นานนักญี่ป่นก็สามารถครองความเป็นจ้าวในการส่งออกปลาทองไปขายยังต่างประเทศ จากการคัดสายพันธุ์ที่ดูแปลกและสีสันที่สดใส จึงทำให้ปลาทองเป็นปลาที่นิยมแพร่หลาย ประกอบกับความเชื่อด้านฮวงจุ้ย และการที่ปลาสามารถป้องกันภัยให้ผู้เลี้ยงได้ ปลาทองจึงยังเป็นที่นิยมในหมู่นักเลี้ยงปลาตลอดมา ปลาทองพันธุ์สามัญ (Common fish) เป็นปลาต้นสายพันธุ์ ลำตัวค่อนข้างยาวและแบนด้านข้าง หัวสั้นกว้างและไม่มีเกล็ด เป็นปลาที่อดทน กินอาหารง่ายและลูกดก สีสันคล้ายปลาไนมาก ในประเทศไทยสันนิษฐานได้ว่ามีผู้นำปลาเงินปลาทองเข้ามาเลี้ยงครั้งแรกในสมัยกรุงศรีอยุธยาตอนกลาง โดยนำเข้ามาจากประเทศจีนเนื่องจากมีการค้าติดต่อกันในช่วงนั้น

การแพร่หลายของปลาทองได้ขยายไปในต่างประเทศ จากการที่คนจีนอพยพย้ายถิ่นฐาน และจากการที่ประเทศจีนได้มีการติดต่อทำการค้ากับต่างประเทศ ไม่ว่าจะเป็นทวีปเอเซียด้วยกัน เช่น ญี่ปุ่น อินเดีย ไทย เป็นต้น อีกทั้งยังแพร่ไปยังทวีปยุโรป และทวีปอเมริกา ด้วยเหตุนี้จึงทำให้ปลาทองเป็นที่สนใจแพร่หลายไปทั่วเพราะความแปลกใหม่ทั้งรูปทรงสีสัน จากวิวัฒนาการของปลาทองเองและการพัฒนาของนักเพาะพันธุ์ รวมถึงภูมิประเทศที่เพาะเลี้ยง มีการคัดสายพันธุ์ใหม่ ๆ เพาะพันธุ์เรื่อยมาทำให้ปลาทองมีการเปลี่ยนแปลงไปจากเดิมมากทั้งด้านลักษณะรูปทรง และสีสันที่มีความฉูดฉาดมากขึ้น ปลาทองเป็นปลาที่เลี้ยงง่าย โตไว กินอาหารได้ทั้งพืชและสัตว์ แม้กระทั้งอาหารสำเร็จรูป ท่านที่คิดจะเริ่มเลี้ยงปลาสวยงามไว้ดูเล่น ขอแนะนำปลาทองเป็นจุดเริ่มต้น ใส่ตู้กระจกไว้ดูเล่นสักตัวสองตัวค่ะ

ปลาทองแต่ดั่งเดิมนั้นมีหางเป็นหางสองแฉกเหมือนปลาไน เรียกว่าหางซิว Single tail ซึ่งปัจจุบันยังพบเห็นได้ในปลาทองบางสายพันธุ์ เช่นปลาทองพันธุ์ โคเม็ท และ ชูบุงกิน เป็นต้น ส่วนปลาทองที่มีหางเป็นแฉกและครีบแยกจากกันตามแนวบนของครีบหาง เรียกว่า หางสี่ หรือหางผีเสื้อ Double tail ส่วนปลาทองที่มีครีบหางคล้ายหางผีเสื้อแต่ครีบด้านบนติดกันนั้น เรียกว่าเวบเทล Wab tail ซึ่งยังไม่มีชื่อเรียกอย่างเป็นทางการ มักเรียกปนกับหางผีเสื้อ ถ้าหากครีบหางด้านบนมีอันเดียวและครีบด้านล่างมีสองแฉก เรียกว่า หางสาม Tripod tail ซึ่งไม่นิยมเลี้ยงกันเพราะถือเหมือนว่าเป็นปลาทองที่พิการไม่ถูกลักษณะ ปลาทองที่มีหางเป็นแฉกอย่างถูกต้องแล้วจำเป็นที่จะต้องมีครีบทวารประกอบด้วย ( ครีบที่อยู่ด้านใต้ครีบหางเหนือรูทวาร ) และจะต้องมีครีบทวารที่แยกออกจากกัน และถ้าไม่มีครีบทวารเลยถือว่าปลาทองนั้นไม่สมบูรณ์ ปลาทองบางสายพันธุ์ไม่มีครีบหลัง เช่น ปลาทองพันธุ์หัวสิงห์ ยังจำต้องมีครีบทวารอยู่ด้วยจึงจะถือว่าเป็นปลาทองที่ดี
|
| |
| |
|
|