การเลี้ยงกระต่าย เป็นอีกทางเลือกหนึ่งสำหรับผู้ที่อยากมีสัตว์เลี้ยง แต่ไม่ต้องการเลี้ยงสุนัขหรือแมว เหตุผลดีๆ ที่ควรเลี้ยงกระต่ายก็ได้แก่ 1. มีให้เลือกหลายหลายสายพันธุ์ 2. ดูแลง่ายและค่าใช้จ่ายน้อย เมื่อ เทียบกับแมวหรือสุนัข ไม่ต้องพาไปวิ่งแบบสุนัข ทำความสะอาดตัวเองได้ 3. น่ารัก น่ากอด ทั้งหน้าตา และรูปร่าง 4. ขี้เล่น กระต่ายชอบเล่นซ่อนหา พอๆ กับสุนัขและแมว แถมยังชอบเล่นกับของรอบๆ ตัวอีก เช่น กุญแจ กระดาษทิชชู ถุงกระดาษ ฯลฯ 5. เหมาะเป็นสัตว์เลี้ยงสำหรับเด็กและ 6. ฝึกได้ กระต่ายสามารถ ฝึกให้ถ่า เป็นที่ได้เหมือนสุนัข ถึงตอนนี้ใครที่หายลังเลแล้วไปซื้อกระต่ายมาเลี้ยงกันดีกว่า
การเลือกซื้อ กระต่ายเป็นสัตว์เลี้ยงที่มีให้เลือกหลายสายพันธุ์ ลองถามร้านขายสัตว์เลี้ยงดูว่ามีกระต่าย พันธุ์ที่คุณต้องการหรือไม่ วิธีเลือกกระต่ายคือ ให้ดูตัวที่มีความกระตือรือร้นร่าเริง อยู่ในสภาพแวดล้อมที่ สะอาด อายุกระต่ายที่เหมาะแก่การซื้อคืออายุระหว่าง 6-10 สัปดาห์
ถ้าน้อยกว่านั้นก็จะอ่อนแอเกินไป ถ้าแก่ กว่านั้นก็อาจทำความคุ้นเคยกันกับเราได้ยากขึ้น ควรคำนึงถึงความน่าเชื่อถือของฟาร์มหรือผู้ขายและ สุขภาพของกระต่ายเป็นสำคัญ กระต่ายที่มีสุขภาพดีสังเกตได้ง่าย ๆ จากดวงตาที่ใสสะอาด ไม่มีขี้ตา ปลาย เนื้อจมูกชื้นเล็กน้อยไม่แห้งและไม่เปียกชุ่ม ใต้คางแห้งสนิท บริเวณก้นและอวัยวะเพศสะอาด ไม่มีอุจจาระ ติดเลอะเทอะเพราะอาจจะท้องเสียหรือเคยท้องเสีย บริเวณจมูก ใบหูและเท้าทั้งสี่ข้างไม่มีแผล หรือผิวหนัง ตกสะเก็ดเป็นขุย
ข้อควรระวังอีกอย่างหนึ่ง คือ ถ้าซื้อเป็นคู่ไม่ควรซื้อเพศเดียวกัน เพราะเมื่อเขาโตเต็มที่แล้ว (ประมาณ 3-5 เดือน) เพราะมีความเป็นไปได้สูงที่เขาจะกัดกันดังนั้น ถ้าเป็นไปได้ควรซื้อต่างเพศ ซึ่งเมื่อเขามีลูก แต่เราไม่ต้องการเลี้ยงเพิ่มก็สามารถนำลูกเขาไปขายคืนให้ฟาร์มได้ค่ะ
เมื่อได้เจ้าตัวน้อยและอุปกรณ์ที่จำเป็นครบแล้ว สิ่งสำคัญต่อมา ก็คือ วิธีการดูแลที่เหมาะสมเพื่อให้เพื่อนตัว น้อยและเราอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุข อันดับแรกเลยก็คือ ที่ตั้งกรง คุณสามารถเลี้ยงกระต่ายในบ้านหรือ นอกบ้านก็ได้ แต่ไม่ว่าจะเป็นที่ใด ควรมีกรงไว้ให้เฉพาะ
ควรตั้งกรงให้อยู่ในที่ที่มีอากาศถ่ายเท ได้สะดวก มีหลังคาบังแดดบังฝนค่ะ เพราะหากปล่อยให้ถูกแดด หรือละอองฝนจะทำให้กระต่ายน้อยของเราเครียด หรือเป็นหวัดได้ และต่อมาก็คือ กรง ควรเป็นกรงใหญ่พอที่กระต่ายจะวิ่งไป-มาได้รอบๆ ขนาดที่เหมาะ สมได้แก่ กรงนั้นก็ควรซื้อเป็นกรงลวดกันสนิม หรือกรงไม้ที่แข็งแรง มีถาดรองมูล ขนาดมาตรฐาน 45 x 70 x45 ซ.ม. พื้นกรงมีช่องกว้างไม่เกิน 1 ซ.ม. ไม่ควรซื้อกรงเคลือบพลาสติกนะคะ เพราะเขาจะแทะกรง เนื่องจากขากรงชอบแทะโดยธรรมชาติของกระต่ายเป็นสัตว์ชอบแทะโดยธรรมชาติ (ห้ามกันไม่ได้ค่ะ) ซึ่ง พลาสติกที่แทะออกมาก็จะเป็นอันตรายต่อเขาอย่างแน่นอน สำหรับที่ใส่อาหารและน้ำ ก็ควรซื้อแบบที่มีฐาน กว้าง เพื่อเวลาที่เพื่อนตัวน้อยของเราซุกซนอาหาร และน้ำจะได้ไม่หกเลอะเทอะไงคะ ทำความสะอาดกรง และเปลี่ยนหญ้าที่ปูกรงบ่อยๆ อย่างน้อย 2-3 ครั้งต่อสัปดาห์ และถ้าเขามีความคุ้นเคยกับเรามากขึ้น ก็ควรเปิดกรงให้เขาออกมาวิ่งเล่น บ้างหรือบ่อย ๆ ก็ดีนะคะเพราะนั่น จะเป็นผลดีต่อสุขภาพกายและสุขภาพ จิตของเขา
วิธีอุ้ม เมื่อได้น้องกระต่ายกลับบ้านแล้ว อย่าอุ้มเล่นมากนัก ให้เวลากระต่ายทำความคุ้นเคยกับสภาพแวดล้อม ใหม่สัก 2-3 วันก่อนค่อยอุ้มกระต่ายเล่น และต้องอธิบายให้เด็กๆ รู้ถึงวิธีอุ้มกระต่ายที่ถูกวิธี นั่นก็คือ ใช้มือ หนึ่งสอดไปที่ใต้อกอย่างนุ่มนวลแต่กระชับแล้วใช้อีกมือหนึ่งจับบริเวณ สะโพกเพื่อกันไม่ให้เขาหลุดจากมือค่ะ สำหรับการอุ้มที่คนส่วนใหญ่เชื่อว่าให้อุ้มโดยยกที่หูของกระต่ายนั้น ถือเป็นวิธีการที่ผิดอย่างยิ่งค่ะ เพราะหู ของกระต่ายเป็นส่วนที่เปราะบางมากเนื่องจากเป็นศูนย์รวมของเส้นเลือดฝอยเล็ก ๆ ซึ่งการจับหรืออุ้มกระต่าย ที่หูนั้น จะทำให้เกิดความบอบช้ำได้
อาหาร ควรให้อาหารกระต่ายวันละ 2 ครั้ง ตอนเช้าและตอนเย็น ที่สะดวกและปลอดภัยที่สุด คือ การให้ อาหารเม็ดสำเร็จรูปค่ะ ซึ่งหาซื้อได้ตามร้านขายอาหารสัตว์ทั่วไป ราคาก็เพียงกก.ละ 15-50 บาทเท่านั้น เพราะใน อาหารเม็ดแต่ละชนิดจะมีการผสมสารอาหารที่ครบถ้วนเพียงพออยู่แล้ว นอกจากนั้นเราก็สามารถ กะปริมาณอาหารให้พอดีในแต่ละวันได้ง่ายกว่า ไม่ควรปล่อยให้อาหารค้างเหลือในแต่ละวันนะคะ เพราะจะ ทำให้กระต่ายน้อยของเราก็อาจท้องเสียได้ ถ้าอยากให้อาหารเสริมกับเขา ก็ควรให้อาหารประเภทธัญพืช และหญ้า เช่น ข้าวโพดแห้ง กากถั่วลิสง หรือหญ้าขน จะดีที่สุดค่ะ เพราะเป็นอาหารของเขาจริง ๆ ตาม ธรรมชาติ ควรหลีกเลี่ยงอาหารประเภทผักผลไม้ที่มีน้ำมากเช่น แตงกวา แตงโม เพราะอาจทำให้เพื่อนตัวน้อย ของเราท้องร่วงอย่างเฉียบพลันได้ ขณะเดียวกันผักผลไม้ที่ซื้อมาจากตลาดก็อาจมีสารฆ่าแมลงตกค้าง ซึ่งอาจ เป็นอันตรายถึงชีวิตเลยทีเดียวนะคะ ส่วนการให้น้ำก็ควรสังเกตเสมอ ๆ ว่าภาชนะที่ใส่สะอาดหรือไม่ เพราะ น้ำที่สกปรกจะเป็นผลเสียต่อสุขภาพโดยรวมของเขาได้ค่ะ กระต่ายเป็นสัตว์ที่มีฟันหน้ายาวเรื่อยๆ เหมือนเล็บ ของคนเรา ดังนั้นควรหาไม้ไว้ให้มันแทะด้วย
การทำความสะอาดเพื่อนตัวน้อยของเรานั้น ไม่มีความจำเป็นมากนัก เนื่องจากกระต่ายเป็นสัตว์ที่รักความ สะอาดอยู่แล้ว ดังนั้นเขาจะเลียขนตัวเองเพื่อทำความสะอาดอยู่ตลอดเวลา เราจึงแทบไม่ต้องดูแลในส่วนนี้เลย แต่ถ้าต้องการจะอาบน้ำให้เขาจริง ๆ ก็สามารถทำได้แต่ต้องรอให้อายุเกิน 3 เดือนขึ้นไปก่อนค่ะ เพราะถ้าเด็ก กว่านั้นร่างกายจะยังไม่แข็งแรงอาจเป็นหวัดหรือปอดบวมได้ การอาบน้ำ ควรเลือกวันที่อากาศร้อน และมี แดดจัด ใช้แชมพูแบบอ่อน ๆ จะเป็นแชมพูสำหรับหนู แมวหรือสุนัขก็ได้ ห้ามใช้แชมพูคนหรือแชมพู กำจัดเห็บหมัดเพราะเขาค่อนข้างไวต่อสารเคมีค่ะ ใช้สำลีอุดหูกันน้ำเข้าหูก่อนอาบ เมื่ออาบเสร็จก็เช็ดด้วยผ้า สะอาด แล้วเป่าด้วยไดร์เป่าผมจนแห้งสนิท ถ้าเป็นพันธุ์ขนยาวก็ต้องแปรงขนด้วยแปรงอีกครั้งหนึ่งค่ะ
การออกกำลังกาย ปล่อยให้กระต่ายออกมาวิ่งออกกำลังกายนอกกรงบ้าง แต่อย่าละสายตาเชียวนะ เพราะมัน จะแทะทุกอย่างที่ขวางหน้า ต้องระวังให้มาก โดยเฉพาะอย่างยิ่ง สายไฟ สายโทรศัพท์ในบ้าน
ของเล่น กระต่ายเป็นสัตว์ซุกซน แต่ละสายพันธุ์ก็ชอบเล่นของเล่นไม่เหมือนกัน ของเหลือใช้ในบ้านที่สามารถ นำมาใช้เป็นของเล่นให้กระต่ายได้เช่น กล่องกระดาษ กระถางต้นไม้ กระดาษจากเครื่องย่อยกระดาษปั้นเป็น ลูกกลมๆ ลูกบอลเล็กๆ เป็นต้น
สุขภาพ ไม่จำเป็นต้องพากระต่ายไปหาสัตวแพทย์ถ้ามันไม่ป่วย แต่อาจพาไปตัดเล็บบ้างก็ได้ ถ้าไม่ต้องการ ให้ออกลูกออกหลานมากไปก็ให้พาไปทำหมันซะ
คุณผู้อ่านคิดไหมคะ ว่ากระต่ายเป็นสัตว์อีกชนิดหนึ่งที่น่าเลี้ยงไว้เป็นเพื่อนของเรา เพราะนอกจากรูปร่าง หน้าตาที่น่ารักแล้ว การดูแลเขาก็เป็นเรื่องที่ไม่ยุ่งยากอะไรเลย ดังนั้น หากคุณผู้อ่านกำลังต้องการเพื่อน ตัวเล็ก ๆ ไว้คลายเหงาสักตัวสองตัว ก็ลองเผื่อใจสักนิดมาดูเจ้ากระต่ายน้อยพวกนี้บ้าง แล้วคุณ ผู้อ่านก็จะพบว่า นอกจากบทบาทในนิทานหรือคำพังเพยไทยแล้ว เขาก็สามารถเป็นเพื่อนที่แสนดีของเราได้ เช่นกัน
ขอขอบคุณที่มา ผาสุก ฉบับที่ 153 ประจำเดือน ตุลาคม-ธันวาคม 2548