Kapank.com Home รวมบทความสัตว์เลี้ยง เว็บบอร์ด ร้านค้าของเว็บไซต์ ติดต่อเรา
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น

 
การค้นหาขั้นสูง

51704 กระทู้ ใน 7818 หัวข้อ- โดย 67865 สมาชิก - สมาชิกล่าสุด: dorara

21 พฤษภาคม 2013, 04:52:10 PM
 
บอร์ดรวมของคนรักสัตว์เลี้ยง ห้องปลาสวยงาม ชุมชนคนรักกุ้ง ชมรม...พรรณไม้น้ำ บอร์ดคนรักหมา บอร์ดคนรักแมว ซื้อ-ขาย แลกเปลี่ยนสัตว์เลี้ยง
 
Petszone Boardห้องสมุด พิพิธภัณฑ์สัตว์เลี้ยงสัตว์บกแมวประวัติแมว
หน้า: [1]
พิมพ์
ผู้เขียน หัวข้อ: ประวัติแมว  (อ่าน 13175 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
Soda
กะแป๋งดอทคอม
ผู้ดูแลเว็บไซต์
ซุปเปอร์ยูสเซอร์
*
เพศ: หญิง
กระทู้: 1003

Level 25 : Exp 71%
HP: 0.2%



ดูรายละเอียด เว็บไซต์
« เมื่อ: 19 มิถุนายน 2007, 11:31:12 PM »

+-ผู้กำเนิดแมว-+

              ใคร สร้างแมว..ทุกสิ่งทุกอย่างในโลกล้วนแล้วแต่มีตำนานทั้งสิ้น กำเนิดของแมวก็เช่นเดียวกัน ตำนานเทพของกรีกเชื่อต่อๆกันมาว่า อาร์เทมิส (เทพธิดาแห่งดวงจันทร์) เป็นผู้สร้างแมวเพื่อแก้แค้นเทพอะพอลโล (น้องชาย) ที่สร้างสิงโตมาทำให้นางกลัว นางจึงทำให้แมวเป็นเหมือนสิงโตแต่ทำให้เหมือนกับย่อส่วนลงมาเพื่อจงใจเยาะ เย้ยเทพอะพอลโล


ต้ น  ต ร ะ ข้าพเจ้า ล แ ม ว

               นัก ชีววิทยาค้นพบว่า บรรพบุรุษของแมว ถือกำเนิดขึ้นกว่า 50 ล้านปีมาแล้ว เป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมและกินเนื้อเป็นอาหาร เรียกว่า Miacisและได้วิวัฒนาการมาเรื่อย ๆ จนคล้ายแมวในปัจจุบัน เมื่อประมาณ  10 ล้านปีก่อน มีสัตว์ลักษณะคล้ายแมวเรียกว่า Dinistis มีขนาดของลำตัวและรูปร่างเท่ากับแมวป่าดูเหมือนพันธุ์ของสุนัขซึ่งแมวในยุค สมัยหนึ่งล้านปีก่อนยุคที่มนุษย์เพิ่งจะเกิด ขึ้นบนโลก ได้รับวิวัฒนาการมาจาก Dinistis มีฟันเหมือนพวกสุนัขและเสือ แต่ปัจจุบันสัตว์ชนิดนี้ได้สูญพันธุ์ไปแล้ว ต้นตระข้าพเจ้าลของแมวแยกมาจากเสือไซบีเรียนที่มีช่วงลำตัวนับตั้งแต่บริเวณจมูก มาถึงปลายหางยาวประมาณ 4 เมตร หรือมากกว่า13 ฟุต ผิวลำตัวบายดอกมีจุดสีน้ำตาลทึบ สำหรับแมวที่มีต้นตระข้าพเจ้าลอยู่ในประเทศอินเดียและศรีลังกามีช่วงลำตัวยาว มากกว่า 60 ซ.ม. หรือ 2 ฟุต ในปัจจุบันได้มีการรวบรวมสายพันธุ์แมวไว้ทั้งหมดไว้ถึง 36 ชนิดโดยจัดแมวทั้งหมดไว้ตระข้าพเจ้าลเดียวกันกับ สิงโตและเสือดาว แต่ที่กล่าวมานี้ไม่ใช่ต้นตระข้าพเจ้าลของแมวบ้าน เป็นเพียงสายพันธุ์หนึ่งสัตว์ตระข้าพเจ้าลนี้ ต้นตระข้าพเจ้าลของแมวบ้านจริง ๆ นั้นและต้นตระข้าพเจ้าลของแมวพื้นเมือง ต่างๆ สำหรับแมวบ้านที่เราเลี้ยงกันอยู่มีความเกี่ยวพันใกล้ชิดกับแมวป่าอันเป็น พันธุ์ดั้งเดิมเก่าแก่ของโลกตามปกติแมวที่เรานำมาเลี้ยงในบ้านมีความ สัมพันธ์เป็นเครือญาติที่ได้จาก  การผสมพันธุ์พัฒนามาจากแมวป่าแอฟริกากับแมวป่าแถบยุโรป 

             ต่อ มาก็ถึงยุคอียิปต์โบราณ ยุคนี้เป็นยุคที่รุ่งเรืองที่สุดของแมว เมื่อประมาณ 4000 กว่าปีก่อนพวกชาวนาได้นำแมวป่า หรือเรียกได้ว่าเป็นแมวพื้นเมืองของอียิปต์ มาฝึกให้เชื่องเพื่อใช้จับหนูในโรงนา คงจะเป็นเพราะหนูในโรงนาหมดไป ทำให้ผลิตผลและพืชพันธุ์เสียหายน้อยลงประชาชนก็มีอาหารอุดมสมบูรณ์และไม่มี โรคที่เกิดเนื่องมาจากหนู  ชาวอียิปต์โบราณจึงนับถือแมวเป็นสัตว์เทพเจ้า และเริ่มนับถือเทพเจ้าองค์หนึ่งคือ "เทพีบาสต์" (ตัวเป็นคนแต่หัวเป็นแมว) เป็นเทพเจ้าแห่งความรักและความอุดมสมบูรณ์และมีถิ่นอยู่ที่เมืองบูบาสติส นอกจากจะใช้แมวจับหนูในโรงนาแล้ว ยังใช้จับหนูบนเรือสินค้าด้วย ตรงจุดนี้เลยเกิดความเชื่อว่าเมื่อเรือเทียบท่าแมวก็ลงจากเรือแต่ไม่ได้ กลับขึ้นเรือ จึงทำให้แมวแพร่พันธุ์ไปทั่วโลกในความจริงแล้วแมวมีอยู่ทุกทวีป ชาวอียิปต์โบราณนี้นับถือแมวมากขนาดแมวในบ้านตายถึงกับต้องนำไปทำมัมมี่ (มัมมี่มนุษย์นั้นจะทำก็ต่อเมื่อเป็นศพของพวกขุนนางชั้นผู้ใหญ่และกษัตริย์ เท่านั้น) หาดูได้ที่พิพิธภัณฑ์ในประเทศอังกฤษ  และถึงคราวที่อียิปต์โบราณล่มสลาย ในเมื่อแมวเป็นสัตว์เทพเจ้าของชาวอียิปต์โบราณชาวอียิปต์โบราณมีกฎว่าผู้ใด ฆ่าแมวก็จะต้องถูกลงโทษสถานหนักพวกที่ต้องการยึดครองอาณาจักรอียิปต์จึงใช้ วิธีชั่วร้าย อุ้มแมวไปรบด้วย ทหารอียิปต์จึงไม่อาจสู้ได้ แต่ถึงอียิปต์โบราณจะล่มสลายไป ชาวอียิปต์ในสมัยนั้นก็ยังนับถือบูชาแมวเหมือนเดิม สมัยนั้นโรมันปกครองอียิปต์ ใครฆ่าแมวยังถูกพวกอียิปต์ลงโทษประหารเลย
              หลังจากอียิปต์โบราณล่มสลายไปแล้ว เริ่มเข้าสู่ยุคกลาง ในยุโรปมีความเชื่อเรื่องแม่มดและความชั่วร้ายต่างๆ ชาวยุโรปในยุคนี้กล่าวหาว่าแมว(ดำ) เป็นสัตว์เลี้ยงของแม่มด  ดังนั้นใครเลี้ยงแมวผู้นั้นจะถูกประณามว่าเป็นแม่มดร้าย  พวกนี้มักโดนเผาเป็นเป็นทั้งแมวทั้งคนในที่สุด ความเชื่อเหล่านี้ทำให้แมวในยุโรปลดน้อยลงไป....เมื่อไม่มีแมวสิ่งที่เกิดตามมาก็คือกองทัพหนูไงล่ะ กาฬโรคก็เลยระบาดหนักในแถบยุโรปยุคนั้น 
              ในยุคใกล้ ๆ กันนี้ ในแถบเอเชียอย่างญี่ปุ่นและจีน เริ่มเลี้ยงแมวมากขึ้นจากเดิมที่เคยเลี้ยงอยู่แล้ว และที่ญี่ปุ่นก็ยังใช้แมวเป็นสัญลักษณ์นำโชค จะเห็นได้จาก "แมวกวัก" ที่ใช้กันทั่วไปตามร้านค้า จะใช้กวักลูกค้าหรือกวักเงินก็แล้วแต่ท่าทางของแมวกวักตัวนั้น ๆ  และจีนก็เชื่อว่าแมวเป็นสัตว์นำโชคเช่นกัน ความเชื่อบางอย่างในประเทศไทยก็มีนะคะ เช่น หากเห็นแมวล้างหน้า ว่ากันว่า วันนั้นฝนจะตกค่ะ=^v^=
              ประเทศไทยก็นิยมเลี้ยงแมวมาตั้งแต่สมัยสุโขทัยแล้ว เลี้ยงไว้เพื่อใช้จับหนูเหมือนกับชาวอียิปต์ และคนไทยก็ยังนับถือแมวอยู่เหมือนกัน เพราะยังมีคำพูดที่ว่า" หากใครฆ่าแมว 1 ตัว เท่ากับฆ่าเณร 1 องค์ "
บันทึกการเข้า

ข๊ะเจ้าเป็นฉาวเหนือ บ่เกยใจ๋ฮ้ายก๊ะไผ๋จั๊กเตื้อ...    จุ๊..จุ๊..จุ๊....ไม่เป็นสมาชิก  ไม่เห็นรูปเน้อเจ้า
Pup@e_ApiZZZ@
เด็กใหม่ นั่งหน้าห้อง
***
เพศ: ชาย
กระทู้: 114

Level 8 : Exp 62%
HP: 0.1%


ขอบคุณมากคับสำหรับความรู้เล็กๆน้อยๆคับ


ดูรายละเอียด
« ตอบ #1 เมื่อ: 26 ตุลาคม 2008, 04:52:16 PM »

 มอบดอกไม้ มอบดอกไม้ มอบดอกไม้ มอบดอกไม้ขอบคุงกาบ.. มอบดอกไม้ มอบดอกไม้ มอบดอกไม้ มอบดอกไม้
บันทึกการเข้า




*คลิกหน่อยนะครับ มังกรทั้ง3จะได้โตๆๆ
magicmo
เด็กใหม่ นั่งหน้าห้อง
***
กระทู้: 175

Level 10 : Exp 69%
HP: 1%


ดูรายละเอียด
« ตอบ #2 เมื่อ: 24 พฤศจิกายน 2011, 11:13:18 AM »

 อ้ายหยา..อะไรว้า   ขอบใจมากๆๆเลยนะคร้าาาบ   ซึ่งใจจัง ซึ่งใจจัง
บันทึกการเข้า

หน้า: [1]
พิมพ์
กระโดดไป:  

Theme Modify by Kapank.com